Guided Play VS Free Play

เด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านการเล่น ข้อเท็จจริงนี้ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่า การเล่นสามารถแยกย่อยออกไปได้อีก ในที่นี้เราจะพูดถึงการเล่นสองแบบ Guided Play และ Free Play ที่แคร์โรลล์ เพรพ ใช้เป็นตัวกลางในการเรียนรู้

Free Play คือ การเล่นอิสระ เด็กเล่นในแบบที่อยากเล่น ไม่มีขีดจำกัดว่าจะต้องเล่นอย่างไร ครูผู้สอนไม่เข้าแทรกเพื่อพยายามสอนอะไรบางอย่างขณะที่เด็กเล่น เด็กได้ใช้สมาธิจดจ่อกับสิ่งที่เล่นอย่างเต็มที่ ได้เป็นตัวของตัวเอง มีอิสระ เกิดความคิดสร้างสรรค์จินตนาการ และที่สำคัญขณะ Free Play นี้ เด็กจะได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม เกิดและแก้ไขความขัดแย้งระหว่างตนเองและเพื่อน คิดหาวิธีที่จะทำให้เพื่อนสนใจและเล่นด้วย ทักษะทางสังคมและอารมณ์นี้ เป็นทักษะที่สำคัญมากสำหรับการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต

ขณะที่เด็ก Free Play คุณครูของแคร์โรลล์ เพรพ มีหน้าที่สังเกตุการณ์ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว และเป็นโค้ชทางอารมณ์ให้กับเด็กหากมีความขัดแย้งเกิดขึ้น คุณครูจะสอนให้เด็กพูดสิ่งที่ต้องการและไม่ต้องการ ต่อรอง สอนการหายใจเพื่อสงบอารมณ์ เราพบว่าหากเด็กขาดโอกาสได้เล่น เด็กก็มักจะขาดทักษะการจัดการอารมณ์และทักษะสังคมไปด้วย

Guided Play คือ การเล่นแบบมีโครงสร้าง หมายความว่าครูจัดเตรียมการเล่นโดยมีเป้าหมายว่าต้องการให้เด็กได้เรียนรู้อะไรจากการเล่นเหล่านั้น แคร์โรลล์ เพรพ ใช้ Guided Play ในการนำเสนอข้อมูล เช่น ตัวเลข ตัวอักษร เป็นการเชื่อมการเล่นเข้ากับการเรียน เด็กเรียนรู้ที่จะฟังและทำตามคำแนะนำของคุณครู มีทัศนคติที่ดีกับตัวเลข ตัวหนังสือ รู้สึกว่าตนเองมีความสามารถเกี่ยวกับการอ่านเขียน

 

อ่านเพิ่มเติม

www.unicef.org/parenting/child-care/what-is-free-play

www.cmu.edu/dietrich/psychology/pdf/klahr/PDFs/Guided%20Play%202016.pdf